ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

imagepost-201026-12

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบใหญ่ตอนใจกลางของแหลมทอง หรืออินโดแปซิฟิค อยู่ระหว่างเส้นแวง ๑๐๑ องศา กับ ๑๐๕ องศาตะวันออก และเส้นรุ้ง ๑๔ องศา กับ ๑๘ องศา ๓๐ ลิบดาเหนือ มีทิวเขาเป็นกรอบล้อมรอบพื้นที่อยู่เกือบทุกด้าน จึงมีสภาพเป็นที่ราบสูง พื้นที่แยกออกจากภาคกลาง และภาคตะวันออกโดยมีทิวเขา และป่าใหญ่กั้นไว้ มีลำน้ำโขงกั้นอยู่ทางเหนือและทางตะวันออก และเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับลาว
            ในทางประวัติศาสตร์ ในสมัยโบราณภาคนี้เคยเป็นอาณาจักรขอมก่อนที่จะตกมาเป็นของไทย ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีชนชาวเขมร และส่วยปะปนอยู่กับชนชาติไทยทางตอนใต้ของภาค  ส่วนทางตอนเหนือและตะวันออก มีชนชาวเวียตนามเข้ามาปะปนอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสงครามมหาเอเซียบูรพา ได้มีชาวเวียตนามอพยพเข้ามาอยู่อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีชนชาติอยู่ทั่วไปทั้งที่เป็นจีนแท้ และลูกผสม
            โดยเหตุที่มีพื้นที่เป็นที่ราบสูง มีอากาศร้อนจัด และหนาวจัด พื้นดินไม่เก็บน้ำจึงมีสภาพแห้งแล้ง พื้นที่อันกว้างขวางจึงเป็นป่าดงและทุ่งหญ้า อย่างไรก็ตามในระยะต่อมาเมื่อได้มีโครงการชลประทานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคนี้กลับกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งที่สองรองจากภาคกลาง
            ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในวงกระหนาบของประเทศลาวและเขมร การติดต่อกับประเทศลาวทำได้สดวกตลอดแนวชายแดน เพราะมีเพียงลำน้ำโขงกั้นอยู่ และประชาชนเป็นชนเผ่าเดียวกันกับไทย ส่วนทางเขมรนั้น ทิวเขาพนมดงรักกั้นอยู่อย่างค่อนข้างสมบูรณ์  การติดต่อถูกจำกัดอยู่ตามช่องทางต่าง ๆ ผ่านเขาที่สูงชัน และเป็นแนวยาวตลอด
            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประมาณ ๑๕๕,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศไทย และมีประชากรอยู่ประมาณหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศ 
สภาพทางธรณีวิทยา
            ที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะคล้ายปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ โดยมีทิวเขาเลยอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิวเขาดงพระยาเย็น และทิวเขาสันกำแพงอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ทิวเขาพนมดงรักอยู่ทางด้านทิศใต้ มีภูเก้าและภูพานอยู่ทางด้านทิศเหนือ และเชื่อมต่อกับทิวเขาเลยมามาพบทิวเขาพนมดงรัก พื้นที่โดยทั่วไปสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ ๑๔๐ – ๒๐๐ เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ ๕๐ เมตร ลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นน้อย ๆ เนื้อดินเป็นดินปนทราย และเกือบไม่มีดินตะกอนอยู่เลย
    ภูเขา

            มีทิวเขาไม่มากนัก และมีขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนใหญ่จะอยู่ตามริมขอบของภาค มีอยู่ตอนกลางของพื้นที่อยู่บ้างเพียงเล็กน้อย พอจะแบ่งทิวเขาในภาคนี้ออกได้เป็น ๔ ทิวเขาด้วยกันคือ ทิวเขาเลย ทิวเขาภูเก้า ทิวเขาภูพาน และทิวเขาพนมดงรัก
            ทิวเขาเลย  เป็นทิวเขาหินแกรนิต อยู่ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของภาค ในเขตจังหวัดเลยกับจังหวัดอุดร ทิวเขานี้เป็นแขนงของทิวเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งแยกออกไปบนพื้นที่ราบสูงทางด้านตะวันออก มีทิศทางจากด้านเหนือ บริเวณฝั่งลำน้ำโขงทางทิศตะวันออกของ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ลงมาทางใต้ต่อกับทิวเขาเพชรบูรณ์ทางด้านตะวันออกในตอนภูผาลาย และภูกระทิง
            ทิวเขาเลยมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ ๕๐๐ เมตร ยอดสูงสุด ประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลกับที่ราบเลยออกจากจังหวัดอุดร และขอนแก่น มีลำน้ำที่เกิดจากทิวเขาเลยอยู่สองด้านคือ ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขง ได้แก่ ลำน้ำเลยและลำน้ำสงคราม ส่วนด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูลมีห้วยพะเนียง
            ทิวเขาภูเก้า หรือทิวเขาเก้ายอด  เป็นทิวเขาหินแกรนิตขนาดเล็ก อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอเมืองอุดร ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำพู มีทิศทางจากเหนือในเขต อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ทอดตัวลงมาทางทิศใต้ถึงอำเภอภูเวียง และอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
            ทิวเขาภูเก้าเชื่อมต่อกับทิวเขาเลยทางด้านตะวันตก ทางด้านตะวันออกได้ทอดตัวไปใกล้บริเวณหนองละหาน มีความสูงเฉลี่ยประมาณ ๕๐๐ เมตร และมียอดสูงสุดไม่เกิน ๖๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล
            ลำน้ำที่เกิดจากทิวเขาภูเก้า แบ่งออกได้เป็นสองด้านคือ ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขงได้แก่ห้วยหลวง ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูลได้แก่แควของลำน้ำพอง และแควของลำน้ำมาว ซึ่งไหลลงสู่ลำน้ำชี

            ทิวเขาภูพาน  เป็นทิวเขาหินปูน เป็นทิวเขาที่มีขนาดใหญ่ทิวหนึ่งของภาคนี้ ทิวเขานี้ได้แบ่งพื้นที่ราบออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ ที่ราบนครราชสีมา – อุบล อยู่ทางด้านใต้ กับที่ราบอุดร – นครพนมอยู่ทางด้านเหนือ
            ทิวเขาภูพานเริ่มต้นจากบริเวณทิศตะวันออกของหนองละหาน ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทอดตัวไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปจดลำน้ำโขงทางด้านเหนือของปากน้ำมูล ในเขตอำเภอโขงเจียม มีความยาว ประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุด ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ในแนวระหว่างภูหินปูน ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของอำเภอเลิงนกทา จังหวัดอุบล ฯ กับภูผานา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของอำเภอนาแก จังหวัดสกลนคร
            ทิวเขาภูพานมีลักษณะเป็นมุมใหญ่อยู่ทางด้านใต้ของจังหวัดสกลนคร ส่วนที่ทอดตัวออกไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้นั้น แยกอยู่เป็น ๔ แนวคือ
            แนวที่ ๑  ตอนเหนือสุดจากแนวลำห้วยบางทรายไปหมดที่ภูพระบาท ในแนวลำห้วยคำชะอี ห่างจากลำน้ำโขง ประมาณ ๔ กิโลเมตร ในทิวเขาช่วงนี้มียอดเขาสูงระหว่าง ๒๐๐ – ๖๐๐ เมตร ยอดสูง ๆ ได้แก่ ภูพานสูง ๖๐๒ เมตร ภูลานช้างสูง ๖๒๘ เมตร ตอนตะวันออกสูงสุด ๒๓๐ เมตร และกว้าง ประมาณ ๒ กิโลเมตร
            แนวที่ ๒  เป็นแนวระหว่างห้วยบางทรายกับห้วยมุก เป็นแนวติดต่อกันโดยตลอด ตอนปลายสุดของแนวเขาอยู่ห่างจากลำน้ำโขงประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มียอดสูงระหว่าง ๓๐๐ – ๕๐๐ เมตร ลูกตะวันออกสุดสูง ๓๗๖ เมตร และกว้าง ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร
            แนวที่ ๓  เป็นแนวระหว่างห้วยมุกกับห้วยบังอี่ ตอนปลายตะวันออกสุดไปจดลำน้ำโขง บริเวณใต้อำเภอมุกดาหาร ภูเขาตอนปลาย ๆ ด้านตะวันออกไม่ต่อกันเป็นพืด ความสูงของยอดเขา ประมาณ ๒๐๐ – ๔๐๐ เมตร
            แนวที่ ๔  เป็นแนวใต้สุด อยู่ใต้แนวห้วยบังอี่ ทางตอนตะวันออกมีที่ราบคั่นเป็นตอน ๆ และไปจดลำน้ำโขงที่บริเวณภูคำ ในเขตอำเภอโขงเจียม ทิวเขานี้ปันน้ำลงสองด้าน คือด้านลำน้ำโขง และด้านลำน้ำมูล มีลำห้วยเล็กๆ อยู่มากมาย

            ทิวเขาพนมดงรัก  เป็นทิวเขาหินปูนอยู่ทางตอนใต้สุดของภาค เริ่มต้นจากบริเวณช่องตะโก ซึ่งเป็นรอยต่อกับทิวเขาสันกำแพงไปทางทิศตะวันออกจนถึงภูแดนเมือง แล้วทอดตัววกขึ้นเหนือไปสุดที่ลำน้ำโขง ในเขตอำเภอพิบูลมังษาหาร รวมความยาว ประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร เป็นทิวเขาแคบ ๆ มีความกว้างระหว่าง ๔ – ๒๕ กิโลเมตร ทางด้านเหนือมีลักษณะเป็นลาดยาวไปทางพื้นที่ราบสูง ซึ่งสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร ส่วนด้านใต้เป็นผาชันลงไปสู่ที่ราบต่ำที่เรียกว่าเขมรต่ำ ยอดเขาสูงโดยเฉลี่ยประมาณ ๕๐๐ เมตร ยอดสูงสุดคือพนมดงรัก สูง ๗๒๑ เมตร อยู่ทางใต้อำเภอเดชอุดม เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำโดมใหญ่ ยอดสูง ๆ จะอยู่ในเขต จังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งจะมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ ๖๐๐ เมตร ได้แก่
            พนมแม่ไก่  สูง ๕๓๒ เมตร อยู่ทางใต้ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
            พนมตาเหมือน  สูง ๖๗๒ เมตร อยู่ทางใต้ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
            เขาพระวิหาร   สูง ๖๕๗ เมตร อยู่ในเขต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
            ในทิวเขานี้มีช่องทางผ่านหลายช่อง ที่สำคัญคือ ช่องจอม ช่องเสม็ด และช่องเม็ก
            นอกจากทิวเขาทั้งสี่ดังกล่าวมาแล้ว ยังมีเนินเขาโดด ๆ ไม่สูงนักอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ ของภาคในบริเวณพื้นที่ระหว่างลำน้ำสงครามกับลำน้ำโขงได้แก่
            ภูสิงห์  สูง ๔๑๘ เมตร ยาวประมาณ ๑๘ กิโลเมตร
            ภูวัว  สูง ๔๒๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๐ กิโลเมตร
            ภูเขาเหล่านี้เป็นปลายของทิวเขาที่ต่อเนื่องมาจากดินแดนฝั่งตะวันออกของลำน้ำโขง

ระบบการระบายน้ำ
            การที่เป็นที่ราบสูงที่มีกรอบโดยรอบเป็นภูเขา ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลลงสู่แอ่งตอนกลาง ดังนั้นจึงเกิดน้ำท่วมได้ในฤดูฝน เช่นเดียวกับภาคเหนือและภาคกลาง
            ลำน้ำในภาคนี้ที่เป็นลำน้ำสายใหญ่ คือลำน้ำโขง ซึ่งไหลอยู่ตามขอบของภาคโดยตลอด ส่วนลำน้ำอื่น ๆ เป็นเพียงลำน้ำที่ส่งน้ำให้ลำน้ำโขง

            ลำน้ำโขง  เป็นลำน้ำสายยาวที่สุดสายหนึ่งของทวีปเอเซีย มีความยาว ประมาณ ๔,๔๐๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงธิเบต ไหลขนานอยู่ในตอนกลาง ระหว่างลำน้ำแยงซีเกียงทางด้านเหนือ และลำน้ำสาละวินทางด้านใต้ ลำน้ำโขงไหลมาทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านพื้นที่ภูเขาชัยซอน จนมาถึงที่ราบสูงยูนนานจึงไหลวกลงมาทางใต้ เข้าสู่ประเทศลาว ที่บริเวณเมืองสิงห์ เมื่อไหลมาถึงเมืองห้วยทราย ช่วงนี้ท้องน้ำเต็มไปด้วยหินผาและเกาะแก่งใช้เดินเรือไม่ได้
            ลำน้ำโขงไหลผ่านประเทศไทย และใช้เป็นพรมแดนไทยกับลาว โดยเริ่มตั้งแต่ปากน้ำเหือง จนถึงปากน้ำมูล อาจจะแบ่งออกเป็นตอน ๆ ตามสภาพทางกายภาพที่แตกต่างกันได้ดังนี้
            ตอนระหว่าง อำเภอเชียงของ – อำเภอเมืองหนองคาย ใช้เดินเรือได้บ้างแต่ไม่สดวก เพราะท้องน้ำเต็มไปด้วยเกาะแก่ง และกระแสน้ำไหลเชี่ยว
            ตอนอำเภอเมืองหนองคาย – อำเภอเมืองมุกดาหาร ช่วงนี้ลำน้ำขยายกว้างออก พื้นลำน้ำเปลี่ยนสภาพจากเดิมที่เป็นพื้นหิน และดินแดงมาเป็นพื้นทราย พื้นน้ำราบเรียบใช้เดินเรือได้สดวก ลำน้ำกว้างประมาณ ๗๐๐ – ๑,๐๐๐ เมตร บริเวณจังหวัดนครพนม และกว้าง ๑,๓๕๐ เมตร ในเขตจังหวัดมุกดาหาร และมีความลึกประมาณ ๑๕ – ๒๕ เมตร
            ตอนใต้ลงมาบริเวณอำเภอเขมราฐ  เป็นตอนที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวจัด มีเกาะแก่งอยู่กลางน้ำไม่สดวก และยากแก่การเดินเรือ ช่วงนี้มีระยะทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร ในระยะต่อมาทางฝรั่งเศสได้จัดการแก้ไข จนใช้เดินเรือได้โดยใช้เรือที่มีระวางขับน้ำไม่เกิน ๓๐ ตัน
            ตอนต่อลงไปถึงแก่งโขน ซึ่งเป็นตอนสุดเขตแดนลาว ลำน้ำโขงไหลเข้าสู่ดินแดนเขมร มีแก่งโขนซึ่งเป็นแก่งใหญ่เป็นลาดหินสูงประมาณ ๑๗ เมตร ได้มีการขุดร่องน้ำอ้อมแก่งนี้เพื่อให้เรืออ้อมลงมาทางใต้
            แควต่าง ๆ ที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขงในช่วงที่ไหลผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนี้
            ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ในฝั่งไทย ได้แก่ ลำน้ำกก ลำน้ำรวก ลำน้ำแม่จัน ลำน้ำอิง ลำน้ำเหือง ลำน้ำเลย ลำน้ำโขง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ห้วยบางทราย ห้วยมุก ห้วยบังอี่ และลำน้ำมูล

            ลำน้ำมูล  เป็นลำน้ำใหญ่เพียงสายเดียวบนที่ราบสูงแห่งนี้ นับว่าเป็นเสมือนเส้นโลหิตใหญ่ที่หล่อเลี้ยง พื้นที่ดินทรายอันกว้างขวาง ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสองทิวด้วยกันคือ ทิวเขาหินแกรนิต ในทิวเขาสันกำแพง เป็นทิวเขาที่เชื่อมทิวเขาดงพระยาเย็นกับทิวเขาพนมดงรัก ทิวเขานี้จะกั้นลำน้ำมูลไว้ทางด้านทิศตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทิวเขาหนึ่งคือทิวเขาหินปูน ซึ่งทอดตัวขนานอยู่ทางด้านตะวันออก ต้นน้ำของลำน้ำมูลอยู่ในเขต อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านอำเภอโชคชัย แล้วมีลำพระเพลิงไหลมาบรรจบทางฝั่งตะวันตก ผ่านอำเภอท่าช้าง อำเภอพิมาย โดยมีลำเชิงไกรไหลมาบรรจบก่อนถึงอำภเภอพิมาย เมื่อไหลผ่านอำเภอพิมายแล้วมี ลำจักรราชไหลมาบรรจบ จากนั้นไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านเขตอำเภอท่าตูม มีลำปลายมาศ และสตึงเปรี๊ยะซีไหลมาบรรจบ จากนั้นไหลผ่าน จังหวัดศรีสะเกษ มีห้วยระวี และห้วยทับทันไหลมาบรรจบ แล้วไหลผ่านอำเภอเมืองอุบล ฯ โดยมีลำน้ำชีไหลมาบรรจบก่อนถึงจังหวัดอุบล ฯ จากนั้นไหลผ่าน อำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วไปบรรจบลำน้ำโขงที่บ้านปากมูล อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบล ฯ ในห้วงนี้ลำห้วยต่าง ๆ ไหลมาบรรจบอีกหลายสาย
            ตอนใกล้ปากแม่น้ำ คือตั้งแต่ อำเภอพิบูลมังสาหารไปถึงลำน้ำโขง ระยะทาง ประมาณ ๓๔ กิโลเมตร มีเกาะแก่งต่างๆ ขวางลำน้ำมูลอยู่รวม ๑๓ แห่งด้วยกัน แก่งเหนือสุดได้แก่ แก่งสะพือ แก่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ แต่ก็มีประโยชน์เป็นเสมือนฝายกั้นน้ำในลำน้ำมูล ไม่ให้แห้งไปในฤดูแล้ง หากไม่มีแก่งเหล่านี้กระแสน้ำในลำน้ำมูลจะไหลแรงขึ้น และน้ำจะไหลลงสู่ลำน้ำโขงเร็วขึ้นจนหมดสิ้นในระยะเวลาอันชั่งสั้น
            ลำน้ำมูลเป็นลำน้ำสายเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่หล่อเลี้ยงเกือบทุกจังหวัดในภาคนี้ คือ ๑๒ จังหวัดใน ๑๕ จังหวัด เว้น ๓ จังหวัดคือ สกลนคร นครพนม และหนองคาย ในตอนต้นน้ำจะไหลอยู่ในซอกหิน แล้วจึงขยายกว้างออกไปตามลำดับ ในฤดูแล้งลำน้ำบางตอนจะตื้นเขิน ลุยข้ามได้ความเร็วของกระแสน้ำไม่ใคร่เปลี่ยนแปลง ในฤดูน้ำน้ำจะท่วมที่ลุ่มทั้งสองฟาก ในเขตจังหวัดอุบลราชธานีจะกว้างถึงสองกิโลเมตร และนับตั้งแต่อำเภอท่าช้างจนถึงปากมูล จะมีน้ำตลอดปี ลำน้ำมูลมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ ๖๐๐ กิโลเมตร ลำห้วยที่สำคัญของลำน้ำมูลได้แก่
                ลำพระเพลิง  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสันกำแพง ไหลมาตามซอกเขาในเขต อำเภอปักธงชัย จนถึงบ้านบุหัวช้าง ตำบลตะขบจึงพ้นจากซอกเขาแล้วไหลขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปบรรจบลำน้ำมูลที่บ้านบุสะเดา ตำบลตะโพก อำเภอปักธงชัย มีความยาว ประมาณ ๙๘ กิโลเมตร ลำน้ำสายนี้มีน้ำเป็นตอน ๆ ใช้เดินเรือไม่ได้
                ห้วยสำราญ  ต้นน้ำเกิดจากเขาหินร่อง ทางด้านตะวันตกของอำเภอปักธงชัย ไหลมาบรรจบกับลำพระเพลิง ที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอโชคชัย ใช้เดินเรือไม่ได้
                ลำตะคอง  ต้นน้ำเกิดจากเขานครนายก เมื่อไหลผ่านทิวเขาไม้จันทน์แล้วก็ไหลผ่าน อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอเมืองนครราชสีมา มีความยาวประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตร
                ลำเชิงไกร  หรือลำเชียงไกร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาดงพระยาเย็น ไหลผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอโพนไทย อำเภอโนนสูง
                ลำปลายมาศ  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก ไหลผ่านอำเภอนางรอง อำเภอลำปลายมาศ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ไปบรรจบลำน้ำมูลที่ ตำบลบ้านแปร
                ลำพระชี (สตรึงเปรี๊ยะซี)  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก บริเวณช่องเสม็ด มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร
                ห้วยระวี  เป็นลำห้วยอยู่ทางด้านตะวันออกของลำพระชี ต้นน้ำเกิดจากป่าบริเวณทิศเหนือของ จังหวัดสุรินทร์ มีความยาวประมาณ ๔๕ กิโลเมตร
                ห้วยทับทัน  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก มีความยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร
                ห้วยสำราญ  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก บริเวณช่องจอม ไหลผ่าน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ อำเภอขุขันท์ จังหวัดศรีสะเกษ ไปบรรจบลำน้ำมูลทางเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ มีความยาวประมาณ ๑๒๖ กิโลเมตร มีห้วยท่าเอกไหลมาบรรจบบริเวณเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ห้วยท่าเอกยาว ๙๐ กิโลเมตร
                ห้วยขยุง  เกิดจากแควห้วยหา และแควห้วยขยุง ซึ่งเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก แควทั้งสองมาบรรจบกันที่ อำเภอกันทารมณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในฤดูแล้งน้ำจะแห้งเป็นตอน ๆ

            ลำชี  เป็นสาขาใหญ่ที่สุดของลำน้ำมูล มีขนาด และความยาวเกือบเท่ากัน ลำชีหล่อเลี้ยงจังหวัดในภาคนี้ ๘ จังหวัด มีลำห้วย และลำน้ำเล็กไหลลงสู่ลำชีเป็นจำนวนมาก ตอนต้นน้ำแบ่งออกเป็นสองแคว แควเหนือ ต้นน้ำมาจากบึงอีจ้อย ในทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มาบรรจบกับแควตะวันตก คือลำคันถู ซึ่งเกิดจากทิวเขาดงพระยาเย็น ไหลผ่านอำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอจตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เมื่อแควทั้งสองนี้ไหลมาบรรจบกันแล้ว ก็ไหลผ่านอำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอปัญจคีรี อำเภอเมืองขอนแก่น จากนั้นก็มีลำน้ำพองไหลมาบรรจบ แล้วไหลผ่าน อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเมืองมหาสารคาม จากนั้นมีลำน้ำปาว ลำน้ำไหลไหลมาบรรจบ แล้วไหลต่อไปผ่านอำเภอเมืองยโสธร อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอมหาชนะชัย แล้วไปบรรจบลำน้ำมูลที่บ้านท่าดอน  ใกล้อำเภอเมืองอุบล ฯ
            ลำชีมีลำน้ำไหลมาบรรจบเป็นจำนวนมาก  ที่สำคัญคือ น้ำพอง น้ำปาว และห้วยยาว
                น้ำพอง  เป็นแควใหญ่สุดของลำชี ไหลผ่านเขตจังหวัดเลย อุดร ชัยภูมิ และขอนแก่น ต้นน้ำเกิดจากเขากระทิง (เขากระดิ่ง) มีลำห้วย หลายสายไหลมาบรรจบที่สำคัญคือ น้ำพะเนียง น้ำพาย และน้ำเซิน
                        – น้ำพะเนียง  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาในจังหวัดเลย และเขาเก้ายอด ไหลมาบรรจบน้ำพองที่บ้านกุดปล้ำ
                        – น้ำพาย  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาภูกระดึง และรับน้ำจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลมาบรรจบน้ำพองที่บ้านกุดหา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
                        – น้ำเซิน  ต้นน้ำเกิดจากภูเขาเพชรบูรณ์ และขอบที่ราบสูงโคราช ตอนต้นน้ำมีลำห้วยสายเล็ก ๆ ไหลมาร่วมได้แก่ น้ำแสม น้ำหก และน้ำสาย ห้วยเหล่านี้ไหลมาร่วมที่บ้านชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แล้วไหลไปบรรจบน้ำพองที่บ้านอู่มุ้ง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
            น้ำพองไหลไปบรรจบ ลำชี ที่บ้านเผือ จังหวัดขอนแก่น มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร
                น้ำปาว รับน้ำจากหนองหาร ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดร กับหนองพันสัก จังหวัดกาฬสินธุ์
                        – หนองหาร  ได้รับน้ำจากเขาผาแข็ง มีความกว้างประมาณ ๕ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๒ กิโลเมตร
                        – หนองพันสัก  ได้รับน้ำจากเขาผาพัก และดงแม่เผ็ด (แม่เปรต) มีขนาดเล็กกว่าหนองหารเล็กน้อย
            น้ำปาวไหลผ่าน จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วไปบรรจบลำชีที่บ้านสิดดั้ง อำเภอกมลาสัย จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความยาวประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร
                ห้วยยาว  ไหลมาบรรจบลำชี ถัดจากลำปาวไปทางตะวันออก ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาภูพาน และได้รับน้ำจาก ลำห้วยต่าง ๆ จากดงแม่เปรต ห้วยยาวไหลผ่าน จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด แล้วไปบรรจบลำชีในเขต จังหวัดยโสธร ตอนต้นน้ำเรียกว่า ห้วยไผ่ เป็นลำน้ำที่เป็นแนวแบ่งเขต อำเภอยางตลาด อำเภอกุฉินารายณ์ และอำเภอกมลาสัย ตอนปลายน้ำเป็นแนวเส้นแบ่งเขต จังหวัดอุบลกับ จังหวัดร้อยเอ็ด มีความยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร
            ลำน้ำที่ไหลอยู่รอบนอกของที่ราบสูง หรือในลุ่มน้ำโขง เป็นลำน้ำซึ่งเกิดทางแถบเหนือของทิวเขาเลย ทิวเขาเก้าลูก และทิวเขาภูพาน และพวกที่เกิดทางทิศตะวันออกของทิวเขาภูพาน ได้แก่ลำน้ำเหือง ลำน้ำเลย ลำน้ำโมง ลำน้ำสวย ลำห้วยหลวง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำยวม ลำน้ำก่ำ ห้วยบางทราย ห้วยมุก ห้วยบังอี่
             ลำน้ำเหือง  เป็นลำน้ำที่ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลยของไทย กับ เมืองแก่นท้าวของลาว เป็นลำน้ำสายเล็ก ๆ ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ คือ จากภูกอต่อต่อย ภูขัด และภูสวนแตน ทางด้านเหนือของอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ตอนต้นน้ำชื่อ ลำน้ำราหู ยาวประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ไหลอยู่ในหุบเขาแคบ ๆ ช่วงที่เรียกว่าลำน้ำเหืองนับจากบ้านปากหมันถึงบ้านปากเหือง ยาวประมาณ ๑๐๕ กิโลเมตร ไหลอยู่ระหว่างแนวลูกเนิน และภูเขา ได้แก่ แนวภูปางหา และภูเวินทองทางเหนือ กับภูผาแง้มทางฝั่งใต้ ไหลผ่านอำเภอท่าลี่ ลงสู่ลำน้ำโขงที่บ้านปากเหือง ท้องน้ำเป็นหินกรวด ในฤดูน้ำน้ำจะไหลเชี่ยว ฤดูแล้งน้ำน้อย ไม่สดวกต่อการเดินเรือ แควที่สำคัญของลำน้ำเหืองคือ น้ำหมันและน้ำหอย
                น้ำหมัน  เกิดจากภูเวียง (สูง ๒,๐๐๐ เมตร) และภูหล่มล่อ (สูง ๑,๙๐๐ เมตร) ในทิวเขาเพชรบูรณ์ ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลจากทางทิศใต้ไปตามหุบเขา ผ่านอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ไปบรรจบน้ำเหืองที่บ้านปากหมัน
                น้ำหอย  เป็นแควทางเหนืออยู่ในเขตลาว ต้นน้ำเกิดจากภูสอยดาว และภูหนองใหญ่ในทิวเขาหลวงพระบาง เป็นน้ำ และน้ำหิน แล้วไหลมารวมกันเป็นน้ำหอย ไหลผ่านซอกเขาลงสู่น้ำเหืองที่บริเวณตรงข้ามภูผาแง้ม
            ลำน้ำเหืองมีท่าข้ามอยู่สองแห่งคือที่ บ้านปากเหือง เป็นท่าลุยข้ามของเกวียนในฤดูแล้ง ติดต่อกับอำเภอหล่มสัก – ช่อแดน ที่บ้านเมืองแพร่ เป็นท่าลุยข้ามของเกวียนในฤดูแล้ง ติดต่อกับอำเภอหล่มสักและอำเภอนครไทย
            ลำน้ำเลย  เป็นลำน้ำเล็ก ๆ ยาวประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาหลวง (สูง ๑,๐๐๐ เมตร) และภูกระทิง (สูง ๖๐๐ เมตร) ไหลอยู่บนที่ราบสูงจังหวัดเลย ซึ่งอยู่ในระหว่างเขาแล้วกับทิวเขาหลวง ไหลผ่านจังหวัดเลย แล้วไหลลงสู่ลำน้ำโขง ที่บ้านคดบาท ทางตะวันออกของปากน้ำเหือง ๑๒ กิโลเมตร
            ลำน้ำเลยมีน้ำตลอดปี ในฤดูน้ำน้ำเชี่ยวมาก ท้องน้ำเป็นกรวดและทราย ลำน้ำนี้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำได้ จากอำเภอเชียงคาน ถึงอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โดยใช้เรือยนต์ขนาดเล็ก
            ที่อำเภอเชียงคานเป็นท่าข้ามติดต่อกับบ้านสานะคาม ซึ่งติดต่อไปถึงเมืองหลวงพระบางได้
            ลำน้ำเลยได้รับน้ำจากลำธารเล็ก ๆ หลายสาย ที่สำคัญได้แก่ห้วยสาย ซึ่งมีต้นน้ำจากภูแล้วไหลไปทางตะวันตกลงสู่น้ำเลย
            ลำน้ำโมง  เป็นลำน้ำเล็ก ๆ ต้นน้ำเกิดจากภูเขาแก้วลูกใน บริเวณเขาผาถ้ำชัง และเขาผาแข็ง(สูง ๕๐๐ – ๖๐๐ เมตร) ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ไหลผ่าน จังหวัดอุดร หนองคาย แล้วไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ในฤดูแล้งน้ำแห้งเป็นช่วง ๆ ในฤดูน้ำ น้ำมากและไหลเชี่ยว ใช้เรือขนาด ๑๕ ตัน ขึ้นล่องได้
            ลำน้ำสวย  เป็นลำน้ำเล็ก ๆ ยาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากพื้นที่เนินในเขตอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย ห้วยวังพันดง ห้วยวัด ห้วยนาเสือ ไหลไปทางทิศตะวันตก รวมกันเป็นลำน้ำสวย แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เป็นเส้นแบ่งเขต จังหวัดอุดรธานีกับ จังหวัดหนองคาย ไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่บ้านปากสวย จังหวัดหนองคาย ลำน้ำสวยมีน้ำเฉพาะฤดูน้ำเท่านั้น ท้องน้ำเป็นทราย
            ลำห้วยหลวง  เป็นลำน้ำสายเล็ก ๆ ต้นน้ำเกิดจากหมู่เขาเก้าลูก ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ไหลผ่านอำเภอเพ็ญ อำเภอหนองหาร จังหวัดอุดรธานี อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่ อำเภอโพนพิสัย ลำห้วยหลวงมีน้ำไหลตลอดปี
            ลำน้ำสงคราม  เป็นลำน้ำสายยาวที่สุดในแถบที่ราบลุ่มน้ำโขง มีความยาวประมาณ ๓๑๕ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาภูพาน จากหมู่เขาในเขตอำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร และจากทิวเขาผาหัก ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ไหลไปทางทิศเหนือ แล้ววกลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปบรรจบลำน้ำโขงที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
            ลำน้ำนี้ใช้เป็นเส้นทางแบ่งเขตจังหวัดสกลนคร กับจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคายเกือบตลอดทั้งสาย มีน้ำตลอดปี ใช้เดินเรือได้ในฤดูน้ำ เรือขนาด ๕๐ ตัน เดินจากปากน้ำ ถึง อำเภอบ่อศรีสงคราม ในฤดูแล้งใช้ได้เฉพาะเรือขนาดเล็ก ลำน้ำสงครามได้รับน้ำจากแควหลายสาย ที่สำคัญได้แก่ ลำน้ำยวม และลำน้ำก่ำ
                ลำน้ำยวม  เป็นแควสายใหญ่ของลำน้ำสงคราม ยาวประมาณ ๑๑๔ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาภูพาน ไหลผ่าน อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ในฤดูน้ำเรือเดินได้ถึงบ้านหนองแสง อำเภอสว่างแดนดิน ฤดูแล้งน้ำแห้งเป็นช่วง ๆ
                ลำน้ำก่ำ  ต้นน้ำเกิดจากหมู่เขาในทิวเขาภูพาน คือ ภูผานาง ภูผาแดง ภูหินแท่น ไหลจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ขนานกับแนวทิวเขาภูพาน ไหลผ่านที่ลุ่มสองแห่งคือ หนองสัง และบึงผีป่าช้า ได้รับน้ำจากลำห้วยเล็ก ๆ ที่เกิดจากเทือกเขาภูพาน หลายสายเกือบตลอดความยาว เริ่มตั้งแต่ห้วยยาง ห้วยก้านเหลือง และห้วยคำชะอี ลำน้ำก่ำยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ลำน้ำคดเคี้ยวมาก
            ห้วยบางทราย  ต้นน้ำอยู่ระหว่างหมู่เขาในทิวเขาภูพาน ประกอบด้วยห้วยบางทรายเหนือ ต้นน้ำเกิดจาก ภูพอก ภูขี้แก้ว ภูถ้ำเสือ และภูหีบ ห้วยบางทรายใต้ ต้นน้ำเกิดจากภูกำพระ ภูเนย ภูผีหลอก และภูสีฐาน แควทั้งสองไหลมารวมกัน แล้วไหลไปทางทิศตะวันออก ลงสู่ลำน้ำโขงที่ บ้านบางทราย ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร มีความยาวประมาณ ๙๐ กิโลเมตร
            ห้วยบังอี่ ต้นน้ำเกิดจากภูกันหวด ภูเมย และภูผีหลอก ตอนต้นน้ำ น้ำไหลอยู่ตามซอกเขา ถึงบ้านนาสะแบงน้อย จึงไหลในพื้นที่ราบเล็ก ๆ ระหว่าง ภูหินลิ่ว ทางทิศเหนือกับแนวภูถ้ำเม่น ทางทิศใต้ มีทิศทางไหลไปทางด้านทิศตะวันออก ไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่ดอนบังอี่ มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร
หนองน้ำและที่ลุ่ม

            เนื่องจากเป็นที่ราบสูงและเป็นพื้นดินทราย สดวกต่อการระบายน้ำ ในภาคนี้จึงมีหนองน้ำอยู่ไม่มากนัก หนองน้ำขนาดใหญ่ และมีความสำคัญมีอยู่เพียงสามแห่ง ได้แก่ หนองหาร หนองพันสัก และหนองละหาน
            หนองหาร  เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ ๘ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๓ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ขนาดของหนองจะขยายออกอีกประมาณเท่าตัวในฤดูฝน กลางหนองมีเกาะเรียกว่า ดอนสวรรค์ ตัวอำเภอเมืองสกลนคร อยู่ติดกับหนองทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
            หนองพันสัก  มีความกว้างประมาณ ๕ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ จังหวัดมหาสารคาม มีน้ำตลอดปี รับน้ำจากภูผาแข็ง ในทิวเขาเก้าลูกทางตะวันตกมีสภาพเป็นแอ่งพักน้ำที่ไหลมาจากทิวเขาภูพาน และเป็นแหล่งระบายน้ำให้กับลำน้ำปาวในฤดูน้ำ
            หนองละหาน  มีความกว้างประมาณ  ๓ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ตรงกลางมีเกาะเรียกว่าดอนแก้ว ตัวหนองอยู่ทางด้านตะวันออกของ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดร
            นอกจากหนองน้ำขนาดใหญ่ทั้งสามแห่งนี้แล้ว ยังมีหนองน้ำขนาดเล็กอยู่อีกหลายแห่ง อยู่ในเขตจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

พื้นที่ราบ
            พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบกว้างใหญ่และติดต่อถึงกันได้โดยตลอด มีทิวเขากั้นที่ราบออกเป็นตอนๆ อยู่บ้าง จึงทำให้สามารถแบ่งที่ราบออกเป็นแต่ละตอนดังนี้
            ที่ราบสูงนครราชสีมา – อุบลราชธานี  เป็นที่ราบสูงใจกลางของภาค เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในตอนที่เข้าใจว่าเป็นปากปล่องภูเขาไฟ เป็นที่ราบกว้างใหญ่บนลุ่มลำน้ำมูล มีพื้นที่อยู่ในเขต ๑๐ จังหวัด แยกออกจากที่ราบจังหวัดเลย และที่ราบจังหวัดอุดร – นครพนม ด้วยแนวทิวเขาเลย ภูเก้าและทิวเขาภูพาน
            ที่ราบสูงอุดร – นครพนม  เป็นที่ราบสูง ส่วนเหนือของภาคในแถบลุ่มน้ำโขง มีพื้นที่อยู่ในเขต ๔ จังหวัดคือ หนอง
คาย อุดรธานี สกลนคร และนครพนม มีแนวทิวเขาภูพานกั้นอยู่ทางตอนใต้ และมีทิวเขาภูเก้ากั้นอยู่ทางทิศตะวันตก บนที่ราบนี้มีลำน้ำสายสั้น ๆ หลายสายไหลลงสู่ลำน้ำโขงในทิศทาง จากทิศใต้ไปทิศเหนือ และทางทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ลำน้ำที่สำคัญคือ ลำน้ำสงคราม
            ที่ราบสูงเลย  เป็นที่ราบซึ่งมีสภาพเป็นอ่างเล็ก ๆ อยู่ในระหว่างทิวเขาล้อมรอบคือภูเมี่ยง และภูหลวงในทิวเขาเพชรบูรณ์ทางด้านทิศตะวันตก ภูเขาเลย และภูเก้าทางทิศตะวันออก ภูกะดึง และภูผานกเค้าในทิวเขาเพชรบูรณ์ทางด้านทิศใต้ ตอนใจกลางเป็นลุ่มน้ำเลย ซึ่งไหลจากทางทิศใต้ไปทางทิศเหนือ
สภาพลมฟ้าอากาศ
            มีสภาพอากาศจัดอยู่ในจำพวกฝนแถบร้อนและแห้งแล้ง ในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ธ.ค.- ม.ค.) อุณหภูมิจะเริ่มลดใน พ.ย. และต่ำสุดใน ธ.ค – ม.ค. ในช่วง มี.ค. – พ.ค. เป็นฤดูเปลี่ยนมรสุมเหนือ อุณหภูมิจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วใน มี.ค. และร้อนจัดใน เม.ย. ในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (มิ.ย.- ก.ค.) อุณหภูมิโดยทั่วไปจะลดลง และใน ต.ค.เป็นฤดูเปลี่ยนมรสุมใต้ อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงจนอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางแถบเหนือของภาค
            ปริมาณฝน  มียอดเฉลี่ย ประมาณ ปีละ ๑๔๗๔ มิลลิเมตร เดือนที่มีฝนตกสูงกว่า ๒๐๐ มิลลิเมตรขึ้นไป จะอยู่ในเดือนพฤษภาคม และระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน เดือนที่แล้งที่สุดอยู่ในเดือนธันวาคม ในช่วงฤดูฝนจะมีประมาณฝน ประมาณ ร้อยละ ๗๐ ในฤดูแล้งจะมีปริมาณฝนประมาณ ร้อยละ๓๐
            การแผ่กระจายของฝนมีปริมาณมากน้อยต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศ ในแถบตะวันตก ได้แก่พื้นที่ในเขตจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา จะมีปริมาณฝนเฉลี่ยปีละ ๑๑๒๓ มิลลิเมตร ในแถบลุ่มน้ำมูล ได้แก่พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี กับแถบจังหวัดอุดรธานี และหนองคายจะมีปริมาณฝนเฉลี่ย ปีละ ๑,๔๐๐ – ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร ในแถบย่านกลางของภาค ในเขตจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด มีปริมาณฝนเฉลี่ย ปีละ ๑,๓๐๐ มิลลิเมตร และในแถบเหนือของทิวภูเขา จะมีปริมาณฝนมากที่สุดถึง ๒,๐๐๐ มิลลิเมตร
            สรุปช่วงเวลามีฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นดังนี้
            เดือนมกราคมมีฝนเล็กน้อย เฉพาะแห่งมีลักษณะเป็นแนวฝนปะทะ (ฝนชะลาน) หรือฝนฟ้าคะนอง
            เดือนกุมภาพันธ์ เริ่มมีฝนตกเฉพาะแห่ง เป็นฝนแบบแนวปะทะ (ฝนชะลาน)
            เดือนมีนาคม – เมษายน เริ่มมีปริมาณน้อย เป็นฝนฟ้าคะนอง
            เดือนพฤษภาคม จะมีฝนแผ่ไปทั่วทั้งภาค
            เดือนมิถุนายน – กันยายน จะมีฝนมากขึ้นทั้งปริมาณ และความถี่
            นอกจากนั้นในห้วงเดือน กรกฎาคม – กันยายน จะมีพายุหมุนผ่านเข้ามาเป็นครั้งคราว อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้
            หมอก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักมีหมอกเกิดขึ้นเสมอ ทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน หมอกจะเกิดขึ้นในตอนเช้า อาจจะเริ่มตั้งแต่ ๐๔.๐๐ น. ไปจนถึง ๑๐.๐๐ น. บางครั้งอาจถึง ๑๑.๐๐ น. 
ป่าและพืชพันธุ์

            ป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งออกได้เป็นสามประเภท คือ ป่าดิบ ป่าไม้ผลัดใบ และป่าหญ้า
            ป่าดิบ  ได้แก่ ป่าไม้สน มีอยู่ในจังหวัดเลย (แถบภูกระดึง) และพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในเขตระหว่าง อำเภอเขมราฐ กับอำเภอโขงเจียม ป่าสน จะอยู่ปะปนกับไม้ผลัดใบต่าง ๆ ป่าดงดิบ จะมีอยู่ในบริเวณพื้นที่แถบภูเขาคือ บริเวณทิวเขาเลย ทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาดงพระยาเย็นทางทิศตะวันตก และทิวเขาดงรักทางทิศใต้ กับพื้นที่บริเวณทิวเขาภูพาน ตั้งแต่จังหวัดสกลนคร ถึงเขมราฐ ที่มีชื่อว่า ดงหมากอี่ พื้นที่ทางใต้ของจังหวัดอุดร และแถบริมลำน้ำโขง บริเวณพื้นที่ระหว่าง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย กับลำน้ำสงคราม
            ป่าไม้ผลัดใบ ได้แก่ ป่าแดง ซึ่งเป็นป่าหลักของภาคนี้ อยู่ในบริเวณระหว่างลุ่มน้ำกับภูเขาโดยทั่วไป พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ ไม้พลวง เหียง เต็ง รัง มะค่า ยาง เป็นต้น
            ป่าหญ้า  มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าปนกับป่าโปร่งขนาดเล็ก ป่าหญ้าจะมีอยู่ในพื้นที่ระหว่างลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำสงครามในแถบอำเภอเพ็ญ จังหวัดสกลนคร และตอนใต้ของจังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ 
เขตแดน ช่องทาง และท่าข้าม
  พรมแดน
            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรูปร่างเป็นส่วนโค้งเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีพรมแดนติดต่อกับต่างประเทศถึงสามด้าน พรมแดนของภาคจะมีเป็นสองลักษณะ คือมีพรมแดนเป็นทิวเขา และมีพรมแดนเป็นลำน้ำ พรมแดนทั้งสองชนิดดังกล่าว จะบังคับให้มีการคมนาคมติดต่อกันได้สดวกเฉพาะจุดคือตามช่องเขาเท่านั้น สำหรับลำน้ำ แม้จะทำได้โดยทั่วไปแต่จะทำได้สดวกเฉพาะบริเวณที่เป็นท่าข้ามเท่านั้น
            พรมแดนที่เป็นลำน้ำ ได้แก่ลำน้ำเหือง และลำน้ำโขง เริ่มตั้งแต่ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยไปจนถึง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีรายละเอียดดังนี้
                    ลำน้ำเหือง  จากตำบลนาแห้ว ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรงกับตำบลบ่อน้อย และบ้านบ่อแตนของลาว มีความยาว ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร
            ตำบลลาดด่าง ตำบลอาฮี ตำบลหนองผิว อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ตรงกับตำบลบ่อแตน และตำบลแก่นท้าวของลาว มีความยาว ประมาณ ๗๒ กิโลเมตร
                    ลำน้ำโขง  จากตำบลปากตบ ตำบลเชียงคาน ตำบลบุฮม ตำบลปากชม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตรงกับตำบลแก่นท้าว ตำบลสานะ อำเภอแก่นท้าว และตำบลสานะคามของลาว มีความยาว ประมาณ ๑๑๔ กิโลเมตร
            ตำบลบ้านม่วง ตำบลแก่งไก่ ตำบลพานพร้าว ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ติดต่อกับตำบลกกฉ่อ ตำบลสระไก่ ตำบลเวียงจันทน์ ตำบลบ่อโอ อำเภอเวียงจันทน์ จังหวัดเวียงจันทน์ของลาว ระยะทางประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร
            ตำบลเวียงคุก ตำบลกวนวัน ตำบลมีชัย ตำบลในเมือง ตำบลวัดธาตุ ตำบลหินโงน อำเภอเมืองหนองคาย ติดต่อกับ ตำบลบ้านหอย ตำบลท่าเดื่อ ตำบลสิมมโนอำเภอเวียงจันทน์ จังหวัดเวียงจันทน์ของลาว ระยะทางประมาณ ๕๒ กิโลเมตร
            ตำบลวัดหลวง ตำบลชุมพล ตำบลกุดมง ตำบลรัตนวาปี ตำบลโพนแพง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ติดต่อกับ ตำบลบ้านโดน ตำบลนาซอน ตำบลหวย อำเภอเวียงจันทน์ จังหวัดเวียงจันทน์ของลาว ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร
            ตำบลหนองแข็ง ตำบลบึงกาฬ ตำบลโคกก่อง ตำบลหนองเดิน ตำบลดงปัง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ติดต่อกับ ตำบลท่าบก ตำบลประชุม อำเภอบริคัณภ์ จังหวัดเวียงจันทน์ ตำบลบ้านซอด อำเภอหินมูล จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๑๑๐ กิโลเมตร
            ตำบลบ้านแพง อำเภอแพง จังหวัดนครพนม ติดต่อกับตำบลมุ่งกวาง อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูลของลาว มีความยาวประมาณ ๒๕ กิโลเมตร
            ตำบลพระชาย ตำบลพระนอม ตำบลไชยบุรี ตำบลท่าจำปา ตำบลท่าอุเทน ตำบลรวมราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ติดต่อกับ ตำบลนาเหนือ ตำบลห้วยกะงะ ตำบลหาด ตำบลห้วยขมิ้น ตำบลเวิ้น อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูลของลาว มีความยาวประมาณ ๖๔ กิโลเมตร
            ตำบลอาจสามารถ ตำบลหนองแสง ตำบลในเมือง ตำบลท้าค้อ ตำบลท่าเฒ่า ตำบลดงขวาง
            ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม ติดต่อกับตำบลนางแก้ว ตำบลท่าเดื่อ ตำบลท่างาม ตำบลดงใต้ ตำบลเชียงวัง อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูลของลาว มีความยาวประมาณ ๓๘ กิโลเมตร
            ตำบลนาถ่อน ตำบลนางหงส์ ตำบลแสนพัน ตำบลพระกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนม ตำบลยน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ติดต่อกับตำบลหนองบก ตำบลนามันปลา ตำบลบึงสาร ตำบลหนองหล่ม อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูล ตำบลปากเซ ตำบลท่าเดื่อ อำเภอสุวรรณเขต จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๕๖ กิโลเมตร
            ตำบลหว้านใหญ่ ตำบลมุกดาหาร ตำบลศรีบุญเรือง ตำบลโพธิชัย ตำบลดอนตาล อำเภอเมืองมุกดาหาร ติดต่อกับตำบลท่าชะโน ตำบลสุวรรณเขต ตำบลส้มป่อย ตำบลท่าโพธิ ตำบลด่าน อำเภอสุวรรณเขต จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๖๓ กิโลเมตร
            ตำบลชานุมาน ตำบลเขมราช ตำบลนาแวง ตำบลพะลาน ตำบลม่วงใหญ่ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ติดต่อกับตำบลเมืองสองคอน อำเภอสุวรรณเขต จังหวัดสุวรรณเขต และตำบลตา อำเภอสารวัน จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๙๒ กิโลเมตร
            ตำบลโขงเจียม ตำบลห้วยยาง ตำบลนาโพธิกลาง ตำบลหนามแท่ง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลเมืองตา อำเภอสารวัน จังหวัดสุวรรณเขต และตำบลโยง อำเภอเมือง จังหวัดปากเซของลาว มีความยาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร
            สันเขาบรรทัด
                    ตำบลพิบูลมังสาหาร ตำบลโพนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลเมืองเก่า ตำบลดู่ อำเภอโพนทอง จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว มีความยาวประมาณ ๒๖ กิโลเมตร
                    ตำบลโซง ตำบลโพนงาม ตำบลคอแลน ตำบลตาเกา ตำบลโดมประดิษฐ ตำบลนาจะรวย อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลสะเตียงกวาง ตำบลจอมกระสาน ตำบลภูผาข้าง อำเภอจอมกะสาน จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว
                    ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว
                    ตำบลบึงมะลู่ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ติดต่อกับตำบลกันตรวจ จังหวัดกำปงทมของเขมร
                    ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ติดต่อกับตำบลอันลงเวง อำเภอวารีแสมของเขมร
                    ตำบลปักได อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับตำบลโคกกะบัง อำเภอสำโรง จังหวัดเสียมราฐของเขมร
                    ตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ติดต่อกับตำบลพุทไธสมัน อำเภอสวายจิก จังหวัดพระตะบองของเขมร มีความยาวประมาณ ๒๔ กิโลเมตร
                    ตำบลละหานทราย อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ติดต่อกับตำบลสมอพวก อำเภอสวายจิก จังหวัดพระตะบองของเขมร มีความยาวประมาณ ๓๒ กิโลเมตร
  ช่องทาง
            ช่องทางซึ่งใช้เป็นทางผ่านเข้าออกบนที่ราบสูงอิสาน แบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับต่างประเทศและช่องทางที่ใช้ติดต่อภายในประเทศ
            ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับเขมร
                    ช่องตาเพ็ด  ใช้ติดต่อระหว่าง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ กับอำเภอสวายจิก จังหวัดพระตะบองของเขมร เป็นทางคนเดิน กันดารมาก หาน้ำได้ยาก ลักษณะสูงชัน ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องบาระแนะ  เป็นทางคนเดิน กันดารมาก หาน้ำได้ยาก ลักษณะสูงชัน ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องอำนิล ช่องจันทบเพ็ด ช่องไซตะกู  เป็นทางเกวียน
                    ช่องจันทนกะฮอม  เป็นทางคนเดินิ กันดาร หาน้ำได้ยาก ลักษณะสูงชัน ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องปราสาทตาเหมือน  เป็นช่องทางระหว่างอำเภอตลุมกับตึกชุม เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำยาก ช่องทางอยู่ในที่ราบ สูงประมาณ ๒๒๐ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องเสม็ด  อยู่ในเขตอำเภอตลุม เป็นทางเกวียน มีผู้ใช้อยู่เสมอ กันดารแต่พออาศัยน้ำได้จากบ่อและสระ ช่องทางอยู่บนพื้นราบ สูงประมาณ ๒๒๘ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องกร่าง (จุกกร่าง)  เป็นช่องทางในเขตจังหวัดสุรินทร์ เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำได้ยาก เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๒๒๒ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องเทา ช่องกันกันเทิง  ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องกร่าง มีความสูง ๒๕๙ เมตร และ ๒๓๐ เมตร ตามลำดับ
                    ช่องตาเลง  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางเกวียน กันดาร อาศัยน้ำได้จากบ่อ เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๒๕ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องโดนแก้ว  ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องตาเลง สูง ๒๓๖ เมตร
                    ช่องปลดต่าง  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางคนเดิน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๓๕ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องระญี  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากยอดห้วยลิเจีย เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๓๕ เมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องจอม  อยู่ในเขตอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ มงคลบุรี ศรีโสภณ เสียมราฐของเขมร เป็นทางเกวียนที่ใช้กันอยู่ประจำ ได้ดัดแปลงให้เป็นทางรถยนต์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๓ แต่ต่อมาได้ปล่อยให้ทรุดโทรม รถยนต์เดินไม่ได้ อาศัยน้ำจากคลองด่านและน้ำตก
                    ช่องโชค  อยู่ในเขตบ้านด่านกับบ้านสำโรง เป็นทางคนเดิน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๒๘๐ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องประแดก  อยู่ในเขตอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กับตำบลจังกันของเขมร เป็นทางคนเดิน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๖๕ เมตร ภูมิประเทศเป็นท้องทุ่ง
                    ช่องเสก  เป็นทางคนเดิน สูง ๒๗๕ เมตร ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องประแดก
                    ช่องกูน  อยู่ในเขตอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๔๑๒ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าหญ้าในป่าทึบ
                    ช่องพริก  เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำยาก ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องตาระกา  เป็นทางคนเดิน
                    ช่องเกล  อยู่ในเขตบ้านติดจู ติดต่อกับ ตำบลอันลองเวงของเขมร เป็นทางคนเดินอยู่บนที่ราบ สูง ๒๓๓ เมตร
                    ช่องสำโรง  เป็นทางคนเดิน อยู่บนพื้นที่ราบ อาศัยน้ำจากห้วยสละ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องเปรียะจำป๊อก  เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากสตึงศาลา
                    ช่องห้าเสา  อยู่ในเขตอำเภอขุขันธ์ จังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ ตำบลอันลองเวงของเขมร เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากสตึงจะและ เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๕๒๘ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบปนทุ่งหญ้า
                    ช่องเมงเจ  เป็นทางคนเดินบนที่ราบ สูง ๕๔๘ เมตร ลักษณะโดยทั่วไปเหมือนช่องห้าเสา
                    ช่องพระพะลัย  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ อำเภอสำโรงของเขมร เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากห้วยขยุง เป็นทางบนที่ราบ ผ่านช่องเขา สูง ๕๕๗ เมตร
                    ช่องทับอู่ ช่องเพิงพระพุทธ  ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องพระพะลัย สูง ๓๐๖ เมตร
                    ช่องโนนอาว  เป็นทางคนเดินไปตำบลละมัง จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๒๙๑ เมตร อาศัยน้ำจากห้วยชมดวด ภูมิประเทศเป็นป่าทึบบนทุ่งหญ้า
                    ช่องพระวิหาร  เป็นทางคนเดินที่ใช้กันอยู่เสมอ ระหว่างน้ำอ้อมกับกระเบา ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับประเป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องศาลากอกี่  เป็นทางคนเดิน กันดารมากไม่มีใครใช้
            ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับลาว
                    ช่องท่าเอง  เป็นทางคนเดินไปยังแม่น้ำโขง เป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องทาง  เป็นทางคนเดินไป จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว เป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องทางกระต่าย  เป็นทางคนเดินไป จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว กันดารมาก อาศัยน้ำตามลำธาร เป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ
                    ช่องเม็ก  เป็นเส้นทางถนนระหว่าง อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบล ฯ กับเมืองเก่าของลาว อาศัยน้ำจากลำโขงน้อย เป็นทางบนพื้นราบ ยานยนต์เดินทางได้สะดวก ภูมิประเทศเป็นป่าโปร่ง
            ช่องทางภายในประเทศ
                    ช่องตะโก  เดิมเป็นช่องทางระหว่าง จังหวัดบุรีรัมย์ กับ จังหวัดสระแก้ว เดิมเป็นทางเกวียน ต่อมาได้ทำเป็นถนน เป็นทางบนที่สูง (๒๑๕ เมตร)
                    ช่องทิ้งกุบ ช่องบุพราหมณ์ ช่องตากิว ช่องบุขนุน  เป็นทางคนเดินระหว่าง จังหวัดบุรีรัมย์ กับ จังหวัดนครราชสีมา และสระแก้ว เป็นทางกันดารขึ้นลงลำบาก ไม่ใคร่มีผู้ใช้
                    ช่องทางรถไฟผ่านทิวเขาดงพระยาเย็น  ยาวประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ระหว่างสระบุรี กับ นครราชสีมา
                    ช่องทางถนนสุรนารายณ์  เป็นช่องทางระหว่างสระบุรี กับนครราชสีมา ผ่านดงพระยากลาง
                    ช่องสระผม  เป็นทางเกวียนเดิม เคยใช้เป็นเส้นทางคนเดินสมัยโบราณ ติดต่อกับ จังหวัดนครราชสีมา อยู่ใต้ถนนแนวสุรนารายณ์ เลียบไปตามลำสนธิ มีด่านกักสัตว์ใกล้ช่องทางนี้
  ท่าข้าม
            เป็นท่าข้าม ระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับประเทศลาวในลำน้ำโขง โดยทั่วไปตลอดฝั่งลำน้ำโขง ใช้เรือข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีถนนเลียบริมฝั่งลำน้ำโขง สำหรับท่าข้ามที่มีความสมบูรณ์ให้ได้ตลอดปี มีดังนี้
                    ท่าข้ามอำเภอเขมราฐ  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ติดต่อกับบ้านท่าแพของลาวโดยใช้เรือ  น้ำลึกตลิ่งชันทั้งสองฝั่ง
                    ท่าข้ามบ้านศรีมงคล  กว้าง ๑,๒๐๐ เมตร ติดต่อกับ สุวรรณเขตของลาว ฝั่งไทยตลิ่งชัน ฝั่งลาวตลิ่งลาด
                    ท่าข้ามอำเภอธาตุพนม  กว้าง ๑,๒๐๐ เมตร ติดต่อกับบ้านท่าข้าม ตลิ่งลาดทั้งสองฝั่ง
                    ท่าข้ามอำเภอเมืองนครพนม  กว้าง ๑,๒๐๐ เมตร ติดต่อกับท่าแขกของลาว ทางฝั่งไทยตลิ่งชัน ฝั่งลาวตลิ่งลาด
                    ท่าข้ามอำเภอท่าอุเทน  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ติดต่อกับปากหินบุนของลาว ฝั่งไทยตลิ่งลาด ฝั่งลาวตลิ่งชัน
                    ท่าข้ามอำเภอบึงกาฬ  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ลึก ๑๕ – ๒๕ เมตร ติดต่อกับบ้านปากสาน ฝั่งไทยตลิ่งลาด ฝั่งลาวตลิ่งชัน
                    ท่าข้ามอำเภอเมืองหนองคาย  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ลึก ๑๕ – ๒๓ เมตร ตลิ่งชันทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว
                    ท่าข้ามอำเภอเชียงคาน  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ลึก ๑๕-๒๐ เมตร ตลิ่งชันทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ปัญญาชนนอกคอก

มีอีกหลายกลุ่มที่ยังรอคอยสันติภาพ อิสรภาพ

sabunnga148

ยินดีตอนรับสู่เว็บไซต์จ้า

saranya143

A topnotch WordPress.com site

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ AmAm Wilawan

อย่าคิดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.

%d bloggers like this: